Aromdi Music and Arts สถาบันอารมณ์ดี

เรียนดนตรีใกล้บ้าน ปิ่นเกล้า บรมราชชนนี เรียนPiano,Guitar,Ukulele,Drum,Bass,Violin and Band Performanceและ Art Courses สีน้ำ สีอะคริลิค

   

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

 

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกซื้ออูคูเลเล่ (Ukulele)

ขนาดของอูคูเลเล่ - Soprano, Concert, Tenor and Baritone

Ukulele มี 4 ขนาด จากเล็กที่สุด  แบบ Soprano (ความยาวรวมประมาณ 21 นิ้ว), แบบ Concert (ความยาวรวมประมาณ 23 นิ้ว) ,แบบ Tenor (ความยาวรวมประมาณ 26 นิ้ว) และแบบ Baritone (ความยาวรวมประมาณ 30 นิ้ว)

 

Soprano จัดว่าเป็นขนาดที่เป็นมาตรฐานของ Ukulele ส่วนใหญ่จะมี 12 ถึง 14 Frets (หมายถึงช่องๆที่คออุคูเลเล่) และ การตั้งสายจะแบ่งเป็นสองแบบ แบบ C tuning ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด คือ โน๊ตจากสายบนสุดถึงสายล่างสุดคือ gCEA และ  D tuning, aDF#B (คือสูงจาก แบบ C tuning ขึ้นไป 1 เสียง)

 

แบบ Concert จะใหญ่กว่าแบบ Soprano เล็กน้อย และ Fingerboard คือขนาดของคอและช่อง Fret จะใหญ่กว่า มักจะมี 14 ถึง 17 Frets หรืออาจมากกว่านั้น นิยมจูนสายแบบ C Tuning  (gCEA.)

 

แบบ Tenor ก็จะใหญ่ขึ้นไปอีก คือมี 17 – 19 frets ซึ่งจะทำให้สามารถเล่นได้กว้างและหลากหลายขึ้น ในการ Solo และ เล่นคอร์ดที่แตกต่างและซับซ้อนขึ้น ด้วยเหตุนี้มือกีตาร์มักจะนิยมเล่น Tenor Ukulele   และการตั้งสายมักจะตั้งแบบ C Tuning คือ gCEA และแบบ Tenor นี้บางครั้งมักจะตั้งสายบนสุดเป็น G เสียงต่ำ(กว่า 1 octave) เพื่อได้เสียงโทน Bass ที่กว้างขึ้น

 

Baritone Ukulele ขนาดใกล้เคียงกับกีตาร์ และเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดของอูคูเลเล่  เสียงที่ออกมาจะเต็มและอิ่มกว่าขนาดอื่น มักมี 19-21 frets และตั้งสายเหมือนสี่สายล่างของกีตาร์คือ DGBE

 

รูปร่างของอูคูเลเล่

 

อูคูเลเล่มักถูกออกแบบมาอย่างหลากหลาย รวมทั้งรูปแบบที่เหมือนกีตาร์ (บางครั้งแบบนี้เรียก figure 8 หรือรูปเลข 8) รูปแบบอื่นๆ เช่น รูปสัปปะรด (ไม่มีส่วนโค้ง) และแบบ Cut  Away หรือปาดส่วนด้านในใกล้คอออก เพื่อให้เล่นเข้าไปถึง Fret ในๆ

 

การตั้งสายอูคูเลเล่  (Ukulele Tuning)

อย่างที่กล่าวมาแล้วด้านบน การตั้งสายมาตรฐานของ Soprano, Concert และTenor ukuleles คือ gCEA ซึ่ง g  หรือ สายบนสุดจะสูงขึ้น 1 octave รูปแบบนี้ รู้จักกันในชื่อของ "re-entrant" tuning บางครั้งผู้เล่นอาจต้องการ Tune สายบนสุดให้เป็น G ต่ำ เพื่อให้มีเสียงเบส  ส่วน Baritone Ukulele ตั้งสายแบบเดียวกับ 4 สายล่างของ Guitar

 

ชนิดของไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำอูคูเลเล่

 

อูคูเลเล่ทำได้จากไม้หลากหลายชนิด เช่น Koa, mahogany, spruce, cedar, maple…หรือแม้แต่ไม้อัด (ply Wood) และ ลามิเนต(laminated wood) หรือไม้ที่เกิดจากการนำไม้เล็กๆมาอัดเป็นแผ่น

 

Koa เป็นไม้พื้นเมืองของฮาวาย ให้เสียงที่สว่าง พุ่ง และให้ลายไม้ที่สวยงาม อูคูเลเล่ฮาวายแท้ๆมักทำจากไม้ Koa เนื่องจากนับว่าเป็นไม้ที่ดีที่สุดที่นำมาใช้ทำเครื่องดนตรีชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม ไม้ Koa ที่มีคุณภาพดีมักจะหายากมากและราคาสูง

 

Mahogany หรือไม้ มะฮอกกานี ให้เสียงที่นุ่มนวล อบอุ่น และดูมีระดับ

 

ไม้ Spruce ซึ่งนิยมนำมาใช้ทำกีตาร์ ก็มักจะถูกนำมาทำอูคูเลเล่ โดยทำด้านหน้าเป็นไม้ Spruce และด้านหลังทำด้วยไม้อื่นๆ อย่างเช่น Rosewood  และไม้ชนิดอื่น เช่น maple, mango(ไม้มะม่วง??ต้นมะม่วงที่บ้านเราจะใช้ได้มั๊ยน๊า-ผู้แปล), cedar และ ไม้เชอรรี่ อูคูเลเล่ สามารถทำมาจากวัสดุที่หลากหลาย ในช่วงปี 50-60 พลาสติคถูกนำมาใช้ในการสร้างอูคูเลเล่

 

อูคูเลเล่ที่ทำจากไม้อัดหรือลามิเนต ให้เสียงที่ไม่สดใสเท่าอูคูเลเล่ที่ทำจากไม้จริง แต่มักจะราคาถูกกว่าหลายเท่า

ข้อความด้านบนแปลจาก http://www.theukuleleshop.co.uk/buyingaukulele.htm

โดย www.aromdi.com

จากนี้เป็นความเห็นของทีมงานอารมณ์ดีเกี่ยวกับการเลือกซื้ออูคูเลเล่

 

การเลือกซื้ออูคูเลเล่ ก็เหมือนการเลือกเครื่องดนตรีอื่น คือควรต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เล่น และเหมาะสมกับงบประมาณ   ช่วงนี้ กระแสของอูคูเลเล่กำลังมาแรง ร้านค้าหลายร้านทั้งทาง Internet และร้านค้าทั่วไป นำอูคูเลเล่มาขายมากมาย ข้อดีคือผู้เล่นมีทางเลือกมากมาย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เป็นที่นิยม ข้อเสียคือ มักถูกปั่นราคาจนแพงเกินจริง เพราะฉะนั้นผู้เล่น ควรให้เวลาสักนิดกับการเปรียบเทียบราคาตามร้านต่างๆ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปสำรวจราคาตามที่ต่างๆ หลายๆร้านตะโกนบอกราคาต่ำลง 3 เท่า หลังจากผู้เขียนเดินออกจากร้านไป  เพราะฉะนั้น อย่าตกเป็นเหยื่อของพ่อค้าละโมภ  ให้เวลากับตัวเองเพิ่มอีกนิด แล้วคุณจะได้ของถูกใจในราคาไม่แพงเกินจริง

 

สิ่งสำคัญในการเลือกอูคูเลเล่ที่คล้ายกับการเลือกซื้อกีตาร์คือ

  1. ดูว่าคอตรง ยกขึ้นส่องดูจาก Bridge หรือสะพานสาย มองไปจนสุดปลายคอ
  2. สภาพลูกบิดอยู่ในสภาพดี สามารถบิดขึ้นสาย และไม่ดึงกลับ (หากลูกบิดคุณภาพต่ำมาก จะไม่สามารถยึดสายซึ่งมีความตึงสูงไว้ได้ จะทำให้สายเพี้ยนตลอดเวลา)
  3. ลองกดดูทุกสายทุก Fret ถ้าเป็นไปได้ โดยให้ความสำคัญกับ Fret ด้านในคอ(ส่วนที่ใกล้กับตัว) ว่าเมื่อกดไปแล้ว เสียงยังกังวานไม่บอด (ผู้เขียนทดลองกับอูคูเลเล่หลายตัวที่อยู่ในกลุ่มไม้อัด ราคาไม่แพงไม่รอดซักราย)
  4. ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมาก ลองเล่นดู ถ้ายังเล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เรียกว่าลองดูว่าถูกชะตากันหรือเปล่า ชอบกันมั้ย เสียงแบบนี้โอเคป่าว (ในความรู้สึกของตัวเองก่อนก็ได้ ถ้ายังไม่มีความรู้ทางดนตรี) เพราะสิ่งนี้จะต้องอยู่กับเรา ต้องซ้อม ต้องเจอกันทุกวัน ถ้าพูดตามหลักวิชาการแล้วก็คือว่า เครื่องดนตรีที่เป็น Acoustic ทุกชนิด แม้ว่าจะยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ทุกอย่างออกมาจากโรงงานเดียวกัน แต่ไม่มีทางจะเหมือนกัน เพราะความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของทุกๆอย่างที่เป็นองค์ประกอบของเครื่องดนตรี Acoutic สามารถทำให้เสียง หรือความรู้สึกเวลาเราแตะต้องมันเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้น  นอกเหนือจากหลักการด้านบนแล้วก็ทำความรู้จักกะมันซะ ตัวไหนถูกใจ ก็ตัวนั้นแหละ

 

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นดนตรีนะจ๊ะ

ทีมงานอารมณ์ดี

บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย www.aromdi.com ถ้าคุณชอบบทความนี้ คุณสามารถนำไปเผยแพร่ใช้งานโดยไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้า

   
     
     
© 2011 Aromdi Music and Arts , All right reserved.